มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก มีแผนสร้าง “Metaverse” คล้ายหนังดัง Ready Player One!

            มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเครือข่ายสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ Facebookออกมาเปิดเผยถึงโปรเจกต์แห่งอนาคต เกี่ยวกับการสร้าง “Metaverse” เครือข่ายสังคมออนไลน์สุดล้ำคล้ายกับในภาพยนตร์ดังเมื่อปี 2018 อย่าง “Ready Player One” ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมทั่วโลกมาแล้ว โดยผู้บริหารหนุ่มวัย 37 ปี ยืนยันว่า ในอนาคตอันใกล้ผู้ใช้งานจะเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ชมไปเป็นผู้ที่อยู่ในคอนเทนต์พร้อมกับผู้คนหลายล้านจากทั่วโลก

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

สำหรับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประกาศตั้งแผนก “Metaverse Product Group” ภายในบริษัทแล้ว

            มาร์ก ซักเคอร์เบิร์กประกาศแผนการผนวกรวมโลกคอนเทนต์ 2 มิติและคอนเทนต์ 3 มิติเข้าด้วยกันภายใต้โปรเจกต์ “Metaverse”ที่จะเปลี่ยนผู้ใช้งานจากการเป็นเพียงผู้ชมไปเป็นผู้ที่อยู่ในคอนเทนต์พร้อมกับผู้คนหลายล้านจากทั่วโลก หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ โลกเสมือนจริงที่เปิดให้ผู้คนเข้ามาใช้ชีวิต สื่อสาร, ทำงานและเล่นเกมคล้ายกับภาพยนตร์ดังเรื่อง “Ready Player One” (2018) หรือแอนิเมชั่นดังฝั่งญี่ปุ่นอย่าง “Sword Art Online” นั่นเองผู้ใช้จะรู้สึกเหมือนตัวเองได้ก้าวเข้าไปในสถานที่ต่าง ๆ และจะสามารถทำกิจกรรมหลายอย่างที่ไม่สามารถทำบนคอนเทนต์ 2 มิติได้ เช่น ข่าวไอทีวันนี้ การชมคอนเสิร์ตเสมือนจริง, การเล่นเกมเสมือนจริงหรือแม้แต่การออกเดตเสมือนจริง เป็นต้น  โดยมาร์กซักเคอร์เบิร์กได้ประกาศตั้งแผนก “Metaverse Product Group” ภายในบริษัทแล้ว และต้องการเป็นบริษัทด้านMetaverse เต็มตัว ภายใน 5 ปีข้างหน้า

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ได้ประกาศตั้งแผนก “Metaverse Product Group”

            ทั้งนี้มาร์ก ซักเคอร์เบิร์กเน้นย้ำว่า โปรเจกต์ Metaverse ไม่ใช่เพียงโลกเสมือนแบบปัจจุบันที่พบได้ในอุปกรณ์ เทคโนโลยี VR (Virtual Reality) ทั่ว ๆ ไป แต่มันจะช่วยให้ผู้คนติดต่อสื่อสารกันได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการสื่อสารบนคอนเทนต์ 2 มิติ ถึงขึ้นใกล้เคียงกับการสื่อสารในโลกความจริงเลยก็ว่าได้ ยกตัวอย่าง ผู้ใช้ที่อยู่ห่างไกลกันอาจติดต่อสื่อสารกันได้ผ่านทางโฮโลแกรมเหมือนกับว่าอยู่ในที่เดียวกันจริง ๆ  ยิ่งไปกว่านั้น เขายังชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ Metaverse จะมาแทนที่อินเทอร์เน็ตมือถืออีกด้วย

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก มีแผนสร้าง “Metaverse”

            อย่างไรก็ตาม เจ้าของอาณาจักร Facebook ยอมรับว่า โครงการ Metaverse ไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยอาศัยพลังของ Facebook แต่เพียงผู้เดียว แต่จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากหลายบริษัท ตลอดจนเหล่าครีเอเทอร์ และผู้พัฒนาจำนวนมากที่ต้องร่วมกันผลักดันแผนการสร้างโลกเสมือนจริงให้สามารถใช้งานได้จริงต่อไป